คณะวิศวกรรมศาสตร์ศรีราชา ขอแสดงความยินดีต่อ ผศ.ดร.อุมารินทร์ แสงพานิช ที่ได้รับรางวัลนวัตกรรมที่น่าสนใจเป็นพิเศษ จากโครงการประกวดเพิ่มประสิทธิภาพด้านการอนุรักษ์พลังงานและพลังงานทดแทนโดยเทคโนโลยีและนวัตกรรม 4.0

 

 

นวัตกรรมการบริหารพลังงานแบตเตอรี่แบบแยกกลุ่ม

(Innovation of Decentralized Group-Based Battery Energy Management: DBEM)

ได้รับรางวัลนวัตกรรมที่น่าสนใจเป็นพิเศษ

จาก Thailand Energy of Innovation and Technology Awards 2019: TE-IT 2019

ผลงานประกวดประเภทหน่วยงาน: กลุ่มวิจัย G-SET คณะวิศวกรรมศาสตร์ศรีราชา มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์

 


นวัตกรรมการบริหารพลังงานแบตเตอรี่แบบแยกกลุ่ม (Innovation of Decentralized Group-Based Battery Energy Management: DBEM) ของกลุ่มวิจัยเทคโนโลยีพลังงานสีเขียวอัจฉริยะ (G-SET) หัวหน้ากลุ่มวิจัย ผศ.ดร.อุมารินทร์ แสงพานิช คณะวิศวกรรมศาสตร์ศรีราชา ได้รับรางวัลนวัตกรรมที่น่าสนใจเป็นพิเศษ จากโครงการประกวดเพิ่มประสิทธิภาพด้านการอนุรักษ์พลังงานและพลังงานทดแทนโดยเทคโนโลยีและนวัตกรรม 4.0 (Thailand Energy of Innovation and Technology Awards 2019 : TE-IT 2019) โดยพิธีมอบรางวัลจัดขึ้นในวันจันทร์ที่ 13 กรกฎาคม 2563  เวลา 13.00 – 15.00 น. ณ ห้องแกรนด์ เอบี ชั้น 4 โรงแรมมิราเคิล แกรนด์ คอนเวนชั่น กรุงเทพมหานคร โดยกรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงาน กระทรวงพลังงาน มีนวัตกรรมที่ได้รับรางวัล 26 นวัตกรรม จากนวัตกรรมที่ส่งเข้าร่วมประกวดทั้งหมด 185 นวัตกรรม

 

 แรงบันดาลใจนวัตกรรม  

ความไม่สม่ำเสมอในการประจุแบตเตอรี่ด้วยกระแสไฟฟ้าจากระบบพลังงานหมุนเวียน เช่น โซลาร์เซลล์หรือกังหันลมซึ่งเป็นแหล่งจ่ายไฟฟ้าที่ไม่สามารถควบคุมกำลังผลิตได้ ส่งผลต่อประสิทธิภาพการนำพลังงานหมุนเวียนนี้มาใช้ให้ได้อย่างเต็มที่ ปัญหาที่พบได้บ่อยคือ แบตเตอรี่ไม่สามารถประจุไฟฟ้าได้ในช่วงฤดูฝน ซึ่งเป็นการสูญเสียพลังงานไปโดยเปล่าประโยชน์และจะมากขึ้นในระบบแบตเตอรี่ที่ขนาดใหญ่ขึ้น อีกทั้งการที่แบตเตอรี่มีประจุเหลือน้อยแล้วไม่ได้อัดประจุจะทำให้เป็นปัจจัยหนึ่งที่แบตเตอรี่มีอายุการใช้งานสั้นลงได้

         คณะวิศวกรรมศาสตร์ศรีราชา มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ได้เล็งเห็นว่านวัตกรรมของกลุ่มวิจัยเทคโนโลยีพลังงานสีเขียวอัจฉริยะ (Green-Smart Energy Technology: G-SET) มีความพร้อมในการขยายผลเผยแพร่สู่สาธารณะ และส่งเสริมให้พัฒนาต่อยอดนวัตกรรมนี้จนนำไปสู่การใช้งานอย่างแพร่หลาย เพื่อร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการพัฒนานวัตกรรมพลังงานที่เสริมความมั่นคงทางด้านพลังงานและช่วยให้โลกของเรามีสภาพแวดล้อมน่าอยู่มากยิ่งขึ้น โดยนวัตกรรมนี้ได้รับทุนสนับสนุนจาก กองทุนเพื่อส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงาน สำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน กระทรวงพลังงาน

ความสามารถในการเพิ่มประสิทธิภาพพลังงานของนวัตกรรม

จากผลการวิจัยทดสอบที่ผ่านมาพบว่า นวัตกรรม DBEM สามารถทำให้ประสิทธิภาพพลังงานของระบบโซลาร์เซลล์แบบอิสระเพิ่มขึ้นจากระบบเดิมประมาณ 30% นอกจากนั้นแล้วยังมีผลดีต่อการใช้งานคือ

  • ลดจำนวนแผงโซลาร์เซลล์ที่ความต้องการโหลดเดียวกัน ทำให้ลดต้นทุนและลดปริมาณขยะที่เกิดจากโซลาร์เซลล์หมดอายุ
  • มีความยืดหยุ่นในการเปลี่ยนแบตเตอรี่เฉพาะลูกหรือสตริงหรือกลุ่มที่เสียในระบบได้
  • สามารถใช้แบตเตอรี่ต่างชนิดกันได้มาติดตั้งในระบบ

ความคุ้มค่าของนวัตกรรม

ระบบ DBEM สามารถช่วยลดขนาดระบบโซลาร์เซลล์และจำนวนแบตเตอรี่ลงได้เมื่อเปรียบเทียบกับระบบเดิมที่มีลักษณะและปริมาณความต้องการไฟฟ้าเหมือนกัน โดยสามารถลดเงินลงทุนสร้างระบบลงได้ถึง 25% จากเงินลงทุนของระบบที่ไม่มีระบบ DBEM ส่งผลให้ระบบคืนทุนเร็วขึ้น และลดค่าไฟฟ้าต้นทุนลงได้

นวัตกรรมนี้สามารถนำไปใช้กับระบบผลิตไฟฟ้าที่ใช้พลังงานหมุนเวียนแบบอิสระที่มีแหล่งจ่ายพลังงานไม่แน่นอน เช่น ระบบโซลาร์เซลล์ กังหันลม หรือระบบที่มีพลังงานหมุนเวียนที่ต้องการพัฒนาเป็นระบบกริดอัจฉริยะ (Smart grid system) ในเขตชุมชนเมืองที่มีความต้องการไฟฟ้าสูง และระบบไมโครกริดอัจฉริยะ (Smart microgrid system) หรือระบบนาโนกริดอัจฉริยะ (Smart nanogrid system) ในพื้นที่ที่ไฟฟ้าเข้าถึงได้ยาก เช่น เกาะ และภูเขา หรือพื้นที่ที่ต้องการเสถียรภาพและความน่าเชื่อถือของไฟฟ้าสูง  ท่านที่สนใจสามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.อุมารินทร์ แสงพานิช หัวหน้ากลุ่มวิจัยเทคโนโลยีพลังงานสีเขียวอัจฉริยะ (G-SET) อาจารย์ประจำภาควิชาวิศวกรรมไฟฟ้า คณะวิศวกรรมศาสตร์ศรีราชา มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตศรีราชา อีเมล umarin@eng.src.ku.ac.th โทรศัพท์ 038-354580-3 ต่อ 662904